ถ้าถูกควบคุมตัวในวันหยุดหรือนอกเวลาราชการ ยื่นประกันตัวได้อย่างไร

· 1 min read
ถ้าถูกควบคุมตัวในวันหยุดหรือนอกเวลาราชการ ยื่นประกันตัวได้อย่างไร

หลายคนคงเคยได้ยินคำถามว่า "ยื่นประกันตัวได้ถึงกี่โมง" เพราะเมื่อมีคนในครอบครัวถูกควบคุมตัวในวันหยุดหรือช่วงค่ำคืนที่หน่วยงานราชการปิดทำการ ญาติมักตกใจและไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหนก่อน บทความนี้จะไล่เรียงให้เห็นว่าแต่ละช่วงเวลามีช่องทางยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราวได้อย่างไร และใครคือคนที่ต้องคุยด้วย

หลักใหญ่ที่ควรจำคือ ตามพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 106 การยื่นคำร้องต้องดูว่าผู้ต้องหาหรือจำเลยอยู่ในขั้นตอนใด ถูกควบคุมที่ไหน และคดีอยู่ที่หน่วยงานใด เพื่อให้ยื่นต่อเจ้าพนักงานหรือศาลที่มีอำนาจในขณะนั้น จะได้ไม่เสียเวลาเดินผิดที่

ก่อนอื่นเลย ถูกจับในวันหยุดต้องเริ่มจากตรงไหนก่อน?

เริ่มจากการรู้ก่อนว่าผู้ต้องหาถูกควบคุมอยู่ที่สถานีตำรวจใด และถูกควบคุมในฐานะอะไร เพราะตามมาตรา 106 ผู้ต้องหาที่ยังถูกควบคุมและยังไม่ถูกฟ้องให้ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการได้ ถ้าคดีอยู่ในชั้นสอบสวนก็ยื่นที่พนักงานสอบสวนเป็นหลัก ญาติควรโทรสอบถามชื่อสถานีตำรวจและชื่อพนักงานสอบสวนเจ้าของคดีให้ชัดเจนก่อนออกเดินทาง เพื่อไม่ต้องไปเก้อหลายที่

เมื่อรู้ปลายทางแล้ว สิ่งที่ต้องเตรียมคือเอกสารของตัวผู้ต้องหา เอกสารของนายประกัน และหลักทรัพย์ที่จะใช้ค้ำประกัน ถ้าไม่แน่ใจว่าควรใช้หลักประกันแบบใด ศึกษาข้อมูลเรื่องขอปล่อยตัวชั่วคราวไว้ล่วงหน้าจะช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วขึ้น เพราะการเตรียมตัวก่อนไปยื่นคำร้องสำคัญกว่าการไปยืนรอที่โรงพักโดยไม่รู้อะไรเลย

สำนักงานทนายความ

ยื่นคำร้องที่โรงพักตอนดึก ๆ เจ้าหน้าที่จะรับเรื่องไหม?

รับเรื่องได้ ตามมาตรา 107 ระบุชัดว่าเมื่อเจ้าพนักงานหรือศาลได้รับคำร้องแล้วต้องรีบสั่งอย่างรวดเร็ว และคำสั่งให้ปล่อยต้องดำเนินการโดยทันที คำว่าโดยทันทีตรงนี้หมายถึงไม่ควรมีขั้นตอนหน่วงเกินจำเป็น แต่ในทางปฏิบัติ การรับคำร้องในเวลาราชการกับนอกเวลาราชการอาจมีขั้นตอนภายในของแต่ละหน่วยที่แตกต่างกัน เช่น ต้องมีเจ้าหน้าที่เวรรับเรื่องก่อน จึงควรโทรสอบถามเจ้าหน้าที่เวรของสถานีนั้นตรง ๆ

ที่สำคัญคือคำร้องต้องยื่นต่อผู้มีอำนาจตามมาตรา 106 ให้ถูกขั้น ถ้าผู้ต้องหาถูกควบคุมและยังไม่ถูกฟ้อง ให้ยื่นต่อพนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการ ถ้าถูกขังตามหมายศาลและยังไม่ถูกฟ้อง ให้ยื่นต่อศาลนั้น ถ้าถูกฟ้องแล้วให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดี การไปยื่นผิดที่อาจทำให้ต้องเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด

ถ้าคดีอยู่ในชั้นศาล แต่เป็นวันหยุด ต้องยื่นต่อศาลไหน?

โดยหลักแล้วให้ยื่นต่อศาลชั้นต้นที่ชำระคดี เพราะเป็นศาลที่มีสำนวนอยู่ในมือ แม้เป็นวันหยุด ศาลยังมีระบบเวรรับเรื่องและมีผู้พิพากษาเวรคอยพิจารณาคำร้องฉุกเฉินตามที่กำหนดไว้ ญาติควรโทรสอบถามศาลนั้นก่อนว่ามีช่องทางรับคำร้องนอกเวลาอย่างไร แต่ต้องเข้าใจว่าการพิจารณาจะเร็วหรือช้าไม่ได้มีกำหนดตายตัวเป็นชั่วโมง เพราะขึ้นอยู่กับคิวของศาลและความครบถ้วนของคำร้องที่ยื่น

ตามมาตรา 108 การวินิจฉัยคำร้องต้องชั่งน้ำหนักหลายด้าน ทั้งความหนักเบาแห่งข้อหา พยานหลักฐาน พฤติการณ์แห่งคดี ความน่าเชื่อถือของผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกัน แนวโน้มการหลบหนี และภัยอันตรายจากการปล่อย การเตรียมเอกสารที่ชี้แจงประเด็นเหล่านี้ให้ครบจึงช่วยให้การพิจารณาไม่ต้องย้อนถาม แต่ละกรณีจึงใช้เวลาไม่เท่ากัน

ระหว่างถูกควบคุม ติดต่อทนายความได้ตอนไหน?

ได้ตั้งแต่ช่วงแรกที่ถูกจับ ตามมาตรา 7/1 ผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาที่ถูกควบคุมหรือขังมีสิทธิพบและปรึกษาผู้ที่จะเป็นทนายความเป็นการเฉพาะตัว และทนายหรือผู้ไว้วางใจสามารถเข้าฟังการสอบปากคำได้ รวมถึงได้รับการเยี่ยมหรือติดต่อญาติตามสมควร และได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร็วเมื่อเจ็บป่วย สิทธิเหล่านี้ไม่ถูกตัดไปเพียงเพราะเป็นวันหยุด

ในทางปฏิบัติ ญาติควรแจ้งความประสงค์ให้พนักงานสอบสวนทราบว่าต้องการให้ทนายความเข้าพบ ถ้าติดต่อทนายไม่ได้ทันที ก็ควรขอให้เจ้าหน้าที่บันทึกไว้เพื่อความเป็นระบบ การมีทนายอยู่ตั้งแต่ชั้นสอบสวนช่วยตรวจสอบคำร้องและหลักฐานที่ใช้ประกอบคำขอปล่อยตัวให้ตรงประเด็นมากขึ้น

คดีโทษสูง มีขั้นตอนเพิ่มอะไรเวลายื่นขอปล่อยตัว?

คดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินสิบปี มีหลักเกณฑ์พิเศษตามมาตรา 109 กล่าวคือ ถ้ามีคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างสอบสวนหรือระหว่างพิจารณาของศาลชั้นต้น ศาลต้องถามพนักงานสอบสวน พนักงานอัยการ หรือโจทก์ว่าจะคัดค้านหรือไม่ แต่ศาลงดถามได้ถ้ามีเหตุอันควรโดยบันทึกเหตุนั้นไว้ และตามมาตรา 110 ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวในคดีโทษสูงต้องมีประกัน จะมีหลักประกันด้วยหรือไม่ก็ได้

นอกจากนี้กฎหมายยังวางหลักว่าการเรียกประกันหรือหลักประกันจะเรียกจนเกินควรแก่กรณีมิได้ ดังนั้นถ้าศาลกำหนดเงื่อนไขใด ควรทำความเข้าใจว่ามีที่มาจากเหตุผลใด และหากภายหลังสัญญาประกันต่ำไป หลักประกันไม่พอ หรือเงื่อนไขไม่เหมาะสม มาตรา 115 ให้เจ้าพนักงานหรือศาลสั่งเพิ่มหรือเปลี่ยนได้ หรือถ้าพฤติการณ์เปลี่ยนไปก็อาจสั่งลดหลักประกันได้เช่นกัน

ถ้าถูกสั่งไม่อนุญาต จะทำอะไรต่อได้บ้าง?

ยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่ได้ และยังมีสิทธิอุทธรณ์คำสั่ง ตามมาตรา 119 ทวิ กรณีศาลสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว ผู้ร้องขออุทธรณ์ได้ โดยคำสั่งศาลชั้นต้นให้อุทธรณ์ไปศาลอุทธรณ์ คำสั่งศาลอุทธรณ์ให้อุทธรณ์ไปศาลฎีกา และคำสั่งศาลอุทธรณ์ที่ไม่อนุญาตยืนตามศาลชั้นต้นให้เป็นที่สุด แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวใหม่

ข้อควรรู้คือ ตามมาตรา 108/1 การสั่งไม่ให้ปล่อยชั่วคราวจะทำได้เฉพาะเมื่อมีเหตุอันควรเชื่อว่าจะหลบหนี จะยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน จะก่อเหตุอันตรายประการอื่น ผู้ร้องขอประกันหรือหลักประกันไม่น่าเชื่อถือ หรือการปล่อยจะเป็นอุปสรรคหรือเสียหายต่อการสอบสวนหรือการดำเนินคดี และคำสั่งนั้นต้องแสดงเหตุผลพร้อมแจ้งเป็นหนังสือโดยเร็ว ผู้ยื่นจึงควรอ่านเหตุผลที่ศาลระบุก่อนตัดสินใจยื่นใหม่หรืออุทธรณ์

ถ้าศาลกำหนดเงื่อนไขหรืออุปกรณ์ติดตามตัว เราต้องทำอย่างไร?

ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ตามมาตรา 108 ศาลอาจกำหนดเงื่อนไขเรื่องที่อยู่หรือเงื่อนไขอื่น หรือให้ใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ตรวจสอบหรือจำกัดการเดินทางเมื่อผู้นั้นยินยอม และในกรณีผู้อายุไม่ถึงสิบแปดปีมีเงื่อนไขเพิ่มเติมด้วย ถ้าเห็นว่าเงื่อนไขที่กำหนดทำให้ใช้ชีวิตลำบากเกินไป ควรปรึกษาทนายความเพื่อขอให้พิจารณาปรับเงื่อนไขตามช่องทางกฎหมาย แทนที่จะฝ่าฝืนเอง

ระหว่างถูกปล่อยตัว หน้าที่หลักคือมาตามนัดหรือหมายเรียกตามมาตรา 111 และสัญญาประกันตามมาตรา 112 ต้องมีข้อความว่าจะปฏิบัติตามนัดหรือหมายเรียก และเมื่อผิดสัญญาจะใช้เงินตามจำนวนที่ระบุ โดยจะกำหนดภาระหน้าที่หรือเงื่อนไขเกินความจำเป็นแก่กรณีไม่ได้เช่นกัน

หลังปล่อยตัวแล้ว มีเรื่องอะไรที่ต้องระวังเป็นพิเศษ?

เรื่องสำคัญคือการรายงานตัวตามนัด เพราะหากผิดสัญญาประกัน มาตรา 119 ให้ศาลสั่งบังคับตามสัญญาประกันได้โดยไม่ต้องฟ้อง และศาลอาจงดหรือลดจำนวนเงินโดยคำนึงถึงความพยายามของผู้ประกันในการติดตามตัวผู้หลบหนีและความเสียหาย ส่วนคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในเรื่องนี้เป็นที่สุด ถ้าไม่อยากให้หลักประกันถูกบังคับ ต้องรักษานัดให้เคร่งครัดและแจ้งล่วงหน้าทันทีเมื่อมีเหตุจำเป็น

อีกเรื่องคือการขอถอนสัญญาประกันหรือหลักประกัน ตามมาตรา 116 และ 118 ทำได้เมื่อผู้ทำสัญญามอบตัวผู้ต้องหาหรือจำเลยคืน และเมื่อคดีถึงที่สุดหรือความรับผิดตามสัญญาประกันหมดไป หลักประกันจะคืนแก่ผู้ที่ควรรับ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ควรวางแผนเรื่องเอกสารและการรับคืนไว้ตั้งแต่ต้น ทั้งนี้ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องกระบวนการ和法律ที่เกี่ยวข้อง ดูรายละเอียดได้ที่ thanaidee.com

คำถามที่พบบ่อย เรื่องการยื่นประกันตัวในวันหยุด

ช่วงกลางคืนมีเจ้าหน้าที่รับคำร้องไหม?

โดยหลักการ ตามมาตรา 107 เจ้าหน้าที่หรือศาลที่ได้รับคำร้องต้องรีบสั่งอย่างรวดเร็วและดำเนินการปล่อยโดยทันที สถานีตำรวจและศาลมักมีเวรรับเรื่อง แต่รูปแบบการรับคำร้องนอกเวลาขึ้นอยู่กับแต่ละหน่วย แนะนำให้โทรสอบถามเจ้าหน้าที่เวรก่อนเดินทาง

ถ้าไม่มีหลักทรัพย์เลย จะยื่นได้ไหม?

ยื่นได้ เพราะมาตรา 110 ระบุว่าคดีอื่นนอกจากคดีโทษสูงเกินสิบปีอาจปล่อยโดยไม่มีประกันเลยก็ได้ และมาตรา 111 กำหนดว่ากรณีปล่อยโดยไม่มีประกัน ผู้ต้องหาหรือจำเลยต้องสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะมาตามนัดหรือหมายเรียก แต่ผลการพิจารณาขึ้นอยู่กับดุลพินิจศาลเป็นรายกรณี

วันหยุดยื่นแล้วจะรู้ผลทันทีหรือไม่?

ไม่มีกำหนดตายตัวว่าต้องรู้ผลภายในกี่ชั่วโมง เพราะขึ้นอยู่กับความครบถ้วนของคำร้องและคิวการพิจารณาของศาลหรือเจ้าพนักงาน กฎหมายกำหนดเพียงให้ต้องรีบสั่งและปล่อยโดยทันทีเมื่อสั่งให้ปล่อยแล้ว จึงควรเตรียมเอกสารให้ครบเพื่อลดการย้อนถาม

ต้องให้ทนายเป็นคนยื่นเท่านั้นหรือไม่?

ไม่จำเป็น ตามมาตรา 106 ผู้ต้องหา จำเลย หรือผู้มีประโยชน์เกี่ยวข้องก็ยื่นคำร้องได้เอง แต่การมีทนายช่วยตรวจคำร้องและหลักฐานให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ในมาตรา 108 จะช่วยให้ประเด็นชัดเจนขึ้น 尤其在คดีที่มีรายละเอียดซับซ้อน

ถ้าศาลสั่งเพิ่มหลักประกันภายหลัง ต้องทำอย่างไร?

ต้องปฏิบัติตามคำสั่ง ตามมาตรา 115 หากหลักประกันไม่พอหรือเงื่อนไขไม่เหมาะสม เจ้าพนักงานหรือศาลสั่งเพิ่มหรือเปลี่ยนได้ และถ้าพฤติการณ์เปลี่ยนไปก็อาจสั่งลดได้ การไม่ปฏิบัติตามอาจกระทบสถานะการปล่อยชั่วคราว จึงควรปรึกษาทนายก่อนดำเนินการใด ๆ

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อทำความเข้าใจภาพรวมของกระบวนการยื่นประกันตัว ไม่ใช่คำปรึกษาเฉพาะกรณี และผลของแต่ละคดีขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงและดุลพินิจของเจ้าพนักงานหรือศาล หากเป็นเรื่องของผู้ต้องหาหรือจำเลยจริง ควรปรึกษาทนายความเพื่อวางแนวทางให้เหมาะสมกับสถานการณ์ของตน